ข่าวสารและกิจกรรม

GAC Group บุกงาน Beijing Auto Show 2026 เผยโฉมรถยนต์รุ่นใหม่ 3 รุ่น พร้อมยกระดับยุทธศาสตร์โลก มุ่งสู่ผู้นำนวัตกรรมยานยนต์อัจฉริยะระดับสากล

เมษายน 28, 2026

กรุงปักกิ่ง, สาธารณรัฐประชาชนจีน (27 เมษายน 2569) – GAC Group (Guangzhou Automobile Group) ตอกย้ำบทบาทสำคัญในอุตสาหกรรมยานยนต์โลกอีกครั้ง ในงาน Beijing International Automotive Exhibition 2026 (Beijing Auto Show 2026) ด้วยการจัดงานแถลงข่าวเปิดตัวยุทธศาสตร์ระดับโลกภายใต้คอนเซปต์ “All New GAC, Going Global!” พร้อมเผยโฉมยนตรกรรมรุ่นใหม่ล่าสุด 3 รุ่น ได้แก่ GAC Yue 7, AION i60 และ AION N60 ท่ามกลางสื่อมวลชน ตัวแทนจำหน่าย และพันธมิตรทางธุรกิจจากทั่วทุกมุมโลกกว่า 330 ราย ที่มาร่วมเป็นสักขีพยาน

 

GAC เผยโฉมยนตรกรรมพลังงานใหม่ 3 รุ่น

หัวใจสำคัญของงานในครั้งนี้คือการที่ GAC เปิดตัวรถยนต์ 3 รุ่นใหม่ ที่สะท้อนถึงศักยภาพด้านวิศวกรรมและดีไซน์ของ GAC อย่างชัดเจน มาพร้อมขุมพลังไฟฟ้า (BEV) รวมถึงรถยนต์แบบครอบครัวที่ถูกออกแบบมาให้ไร้ความกังวลเรื่องระยะทางขับขี่ ตอบโจทย์ทุกการใช้งานของผู้บริโภค

 

  • GAC AION i60: ถูกวางตำแหน่งให้เป็น “รถครอบครัวที่หมดกังวลเรื่องระยะทางขับขี่” ที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ครอบครัวยุคใหม่ ชูจุดเด่นด้วยระบบ ADiMOTION เจนเนอเรชั่นล่าสุด ให้ระยะทางขับขี่รวมสูงสุดถึง 1,240 กิโลเมตร (มาตรฐาน CLTC) หมดกังวลเรื่องการชาร์จไฟในการเดินทางไกล โดยรุ่นนี้ได้รับรางวัล “10 สุดยอดรถยนต์ไฟฟ้าและรถยนต์ Extended Range (EREV) ระดับโลก” และมีกำหนดการเปิดตัวอย่างเป็นทางการทั่วโลกในช่วงปลายปีนี้

  • GAC AION N60: ยนตรกรรมอัจฉริยะที่มาพร้อมเทคโนโลยีระบบขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้าแบบ Silicon Carbide (SiC) รุ่นแรกของโลก ติดตั้งขุมพลัง “Quark Drive 2.0” ที่มีประสิทธิภาพมอเตอร์สูงสุดถึง 99% ซึ่งเป็นระดับที่สูงที่สุดในอุตสาหกรรมปัจจุบัน พร้อมระบบขับขี่อัตโนมัติ Level 2 และอัตราการใช้พลังงานไฟฟ้าที่ต่ำเพียง 11.7 kWh ต่อ 100 กิโลเมตร

  • GAC Yue 7: รถยนต์ SUV ทรงกล่องสไตล์ Boxy สำหรับคนที่รักการผจญภัย มาพร้อมโครงสร้างตัวถังแบบฝัง (In-built frame) และแชสซีระบบดิจิทัล ให้สมรรถนะการขับขี่แบบ Off-road ที่แข็งแกร่งแต่ยังคงความนุ่มนวลและความสะดวกสบายในการขับขี่บนถนนทั่วไป โดย GAC Yue 7 ผ่านการทดสอบสมรรถนะในสภาวะอากาศสุดขั้วถึง -40 องศาเซลเซียสมาแล้วอย่างเข้มข้น

ก้าวครั้งสำคัญสู่การเป็น “แบรนด์ระดับโลก”

ในปัจจุบัน อุตสาหกรรมยานยนต์กำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงครั้งประวัติศาสตร์ ทั้งในด้านเทคโนโลยีพลังงานสะอาดและระบบขับเคลื่อนอัจฉริยะ ซึ่ง GAC Group มองว่านี่คือโอกาสสำคัญในการเปลี่ยนผ่านจาก “ผู้นำในตลาดประเทศจีน” ไปสู่ “แบรนด์ยานยนต์ชั้นนำระดับสากล” โดยยุทธศาสตร์ใหม่นี้ไม่ใช่เพียงแค่การส่งออกผลิตภัณฑ์ แต่เป็นการสร้าง “ระบบนิเวศการดำเนินธุรกิจในต่างประเทศอย่างเต็มรูปแบบ” (Systematic Global Operations)

นายเฟิง ซิ่งหยา (Feng Xingya) ประธาน GAC Group ได้ระบุถึงแนวทางการดำเนินธุรกิจในระดับสากลผ่าน 3 นโยบายหลัก ได้แก่

 

  1. “In Local, For Local”: การสร้างเครือข่ายที่ครอบคลุมตั้งแต่ฐานการผลิต ระบบการเติมพลังงาน การส่งมอบผลิตภัณฑ์ ไปจนถึงการบริการหลังการขายที่ตอบโจทย์ผู้ใช้งานในแต่ละท้องถิ่น
  2. “Technology Driven”: การนำเทคโนโลยีหลัก เช่น ระบบไฮบริด (PHEV) และสถาปัตยกรรมอิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ (X-Soul Architecture 4.0) มาติดตั้งในรถยนต์รุ่นที่จำหน่ายทั่วโลก
  3. “Ecosystem Co-creation”: การร่วมสร้างระบบนิเวศการเดินทางสีเขียวที่ยั่งยืนผ่านแผนงาน “GLASS Green Plan” ร่วมกับพันธมิตรทั่วโลก

 

เป้าหมายปี 2030: GAC ก้าวสู่กลุ่มผู้นำรถยนต์ส่งออกของจีน

นายเฉิน เจียฉาย (Chen Jiacai) รองผู้จัดการทั่วไป GAC Group และประธาน GAC International เปิดเผยว่า บริษัทฯ ตั้งเป้ายอดขายในตลาดต่างประเทศไว้ที่ 250,000 ถึง 300,000 คัน ภายในปี 2569 และวางเป้าหมายระยะยาวในปี 2573 (2030) ที่จะขยายเครือข่ายจำหน่ายให้ครอบคลุมกว่า 120 ประเทศและครอบคลุมทุกภูมิภาคทั่วโลก พร้อมศูนย์จำหน่ายและบริการมากกว่า 2,000 แห่ง โดยเรามีเป้าหมายที่จะทำยอดขายสะสมในต่างประเทศให้ได้ถึง 1,000,000 คันต่อปี

ความสำเร็จและก้าวต่อไปของ GAC International ในตลาดโลก

ตลอด 2 ปีที่ผ่านมา ธุรกิจในต่างประเทศของ GAC International เติบโตอย่างก้าวกระโดด จากยอดขาย 45,000 คันในปี 2566 พุ่งสูงขึ้นเป็นกว่า 130,000 คันในปีที่ผ่านมา และในไตรมาสแรกของปี 2569 นี้ ยอดขายในต่างประเทศยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่องถึง 86% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน ส่งผลให้ปัจจุบัน GAC มีผู้ใช้งานทั่วโลก (นอกประเทศจีน) มากกว่า 400,000 ราย โดยในปัจจุบัน GAC International ดำเนินธุรกิจครอบคลุม 5 ทวีป ใน 102 ประเทศ โดยมีโรงงานผลิตในต่างประเทศ 5 แห่ง และคลังอะไหล่ 9 แห่ง ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความพร้อมในการยกระดับจากการส่งออกผลิตภัณฑ์ สู่การดำเนินธุรกิจในระดับสากลอย่างยั่งยืน

ในขณะเดียวกัน ประเทศไทยถือเป็นหนึ่งในตลาดยุทธศาสตร์สำคัญของ GAC Group ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยบริษัทมีแผนขยายไลน์ผลิตภัณฑ์อย่างต่อเนื่อง เพื่อรองรับการเติบโตของตลาดรถยนต์พลังงานใหม่ในประเทศไทย พร้อมกันนี้ บริษัทฯอยู่ระหว่างการศึกษาและวางแผนนำเข้า GAC AION i60 และ GAC AION N60 เข้าสู่ตลาดประเทศไทย โดยในเบื้องต้น GAC AION i60 คาดว่าจะเปิดตัวในช่วงไตรมาส 4 ของปีนี้ และ GAC AION N60 คาดว่าจะเปิดตัวในช่วงปีถัดไป ทั้งนี้ แผนการดังกล่าวยังขึ้นอยู่กับความพร้อมด้านตลาดและปัจจัยทางธุรกิจ

GAC AION Thailand ในฐานะส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์ระดับโลก พร้อมแล้วที่จะนำเทคโนโลยีที่พิสูจน์แล้วจากเวที Beijing Auto Show 2026 มาปรับใช้เพื่อยกระดับประสบการณ์การขับขี่ให้แก่ผู้ใช้งานในประเทศไทยและทั่วโลก เพื่อร่วมสร้างสังคมแห่งการเดินทางที่สะอาด อัจฉริยะ และยั่งยืนต่อไป

บทความอื่นที่คุณอาจสนใจ

พฤษภาคม 19, 2026

อัปเดตแคมเปญ GAC Easy Trade-in” ประจำเดือนพฤษภาคม 2569 รับส่วนลดเพิ่มสูงสุด 50,000 บาท พร้อมบริการแบบ One Stop Service ประเมินราคาไวภายใน 1 ชั่วโมง

GAC AION Thailand เดินหน้าตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย ยกระดับการบริการเต็มรูปแบบผ่านแคมเปญ “GAC Easy Trade-in รถเก่าแลกรถใหม่” ให้บริการแบบ One Stop Service ประเมินราคาไวภายใน 1 ชั่วโมง* รับส่วนลดทันทีสูงสุด 50,000 บาท พร้อมตอบสนองทุกความต้องการ ช่วยให้ลูกค้าเป็นเจ้าของรถยนต์ไฟฟ้าจาก GAC ได้ง่าย สะดวกสบาย และคุ้มค่าที่สุด
พฤษภาคม 15, 2026

GAC AION Thailand ส่งแคมเปญเด็ดต้อนรับเดือนพฤษภาคม 2569 ชู “GAC Easy Trade-in” รถเก่าแลกรถใหม่ รับส่วนลดสูงสุด 50,000 บาท

GAC AION Thailand เดินหน้ากระตุ้นตลาดรถยนต์พลังงานใหม่อย่างต่อเนื่อง ประกาศจัดแคมเปญโปรโมชันสุดพิเศษประจำเดือนพฤษภาคม 2569 ภายใต้แคมเปญ “ดีลดี กระแสแรงจัด!” ชูไฮไลต์แคมเปญ “GAC Easy Trade-in” บริการรถเก่าแลกรถใหม่แบบ One-Stop Service มอบส่วนลดสูงสุด 50,000 บาท พร้อมราคาโปรโมชันพิเศษและของแถมสุดเอ็กซ์คลูซีฟอีกมากมาย เพื่อให้ลูกค้าชาวไทยสามารถเป็นเจ้าของรถยนต์พลังงานใหม่ระดับพรีเมียมจาก GAC ได้ง่ายและคุ้มค่ายิ่งกว่าที่เคย
พฤษภาคม 12, 2026

GAC AION Thailand เปิดโชว์รูม GAC Super Highway เชียงใหม่ ตอกย้ำเครือข่ายผู้จำหน่าย 67 สาขาทั่วประเทศ

เชียงใหม่, (12 พฤษภาคม 2569) – GAC AION Thailand เดินหน้าขยายเครือข่ายผู้จำหน่ายอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดจัดงานเปิดโชว์รูม “GAC Super Highway เชียงใหม่” อย่างเป็นทางการ นับเป็น สาขาที่ 67 ของ GAC AION ในประเทศไทย ครอบคลุมทุกภูมิภาคทั่วประเทศ พร้อมต้อนรับลูกค้าในพื้นที่ภาคเหนือด้วยประสบการณ์การใช้รถยนต์ไฟฟ้าที่เหนือระดับ ตอกย้ำเป้าหมายการเป็นแบรนด์รถยนต์พลังงานใหม่ชั้นนำของประเทศไทยภายใต้พันธกิจ “In Thailand, For Thailand”
พฤษภาคม 7, 2026

GAC Group ทำยอดขายเดือนเมษายน 2026 ยอดขาย 120,960 คัน พร้อมทุบสถิติส่งออก 4 เดือนแรก ทะลุ 7 หมื่นคัน โตพุ่ง 133.9% ตอกย้ำความสำเร็จกลยุทธ์ One GAC 2.0 ทั่วโลก

กวางโจว, สาธารณรัฐประชาชนจีน (6 พฤษภาคม 2569) – GAC Group ประกาศผลการดำเนินงานในเดือนเมษายน 2569 ด้วยยอดจำหน่ายรถยนต์ทั้งกลุ่มรวม 120,960 คัน เพิ่มขึ้น 3.88% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน พร้อมประกาศความสำเร็จในตลาดต่างประเทศช่วง 4 เดือนแรกของปี (มกราคม–เมษายน) ด้วยยอดส่งออกรวม 70,474 คัน เติบโต 133.9% สะท้อนความแข็งแกร่งของกลยุทธ์ “One GAC 2.0” ที่มุ่งขับเคลื่อนการเติบโตอย่างมีคุณภาพในระดับโลก
พฤษภาคม 5, 2026

GAC Group เผยผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2569 ทำรายได้รวม 9.66 หมื่นล้านบาท ยอดขายต่างประเทศพุ่ง 86% ยอดขายรวมแตะ 3.8 แสนคัน

กวางโจว, สาธารณรัฐประชาชนจีน (29 เมษายน 2569) – GAC Group ประกาศผลประกอบการไตรมาสแรก ประจำปี 2569 ตอกย้ำความแข็งแกร่งทางธุรกิจและศักยภาพการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ด้วยรายได้รวมจากการดำเนินงานที่สูงถึง 2.02 หมื่นล้านหยวน (ประมาณ 9.66 หมื่นล้านบาท) เพิ่มขึ้น 1.76% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน พร้อมกวาดยอดขายรวม 3.8 แสนคัน โดยเฉพาะยอดขายในต่างประเทศที่เติบโตกว่า 86% ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพและกลยุทธ์การดำเนินงานที่แม่นยำของกลุ่มบริษัทฯ
เมษายน 30, 2026

GAC International จัดประชุมพันธมิตรโลก 2026 ยกระดับสู่แบรนด์เทคโนโลยียานยนต์เต็มรูปแบบ ชูยุทธศาสตร์ “Tech + Ecosystem” เร่งขยายสู่ 120 ประเทศทั่วโลก

กวางโจว, สาธารณรัฐประชาชนจีน (22 เมษายน 2569) – GAC International จัดงานประชุมพันธมิตรระดับโลกประจำปี 2569 (2026 GAC INTERNATIONAL Partner Conference) อย่างยิ่งใหญ่ ณ ศูนย์ประชุมนานาชาติกวางโจวไป๋หยุน ภายใต้ธีม “Driving Forward, Winning Together” รวมตัวแทนจำหน่ายและพันธมิตรกว่า 700 ราย จาก 87 ประเทศทั่วโลกเข้าร่วมงาน สะท้อนพลังเครือข่ายระดับนานาชาติ พร้อมประกาศทิศทางการเติบโตสู่การเป็น “Global Intelligent Mobility Brand” อย่างเต็มรูปแบบ